รัฐบาลคุมเข้ม กันผู้กักตุนหน้ากากอนามัยและจำหน่ายเกินราคา

ผู้ตรวจสอบภายในของกรมการค้ากำลังตรวจสอบ 10 พื้นที่ของกรุงเทพฯ ในการพร้อมที่จะจับกุมผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคามาตรฐาน

สำหรับความต้องการหน้ากากป้องกันหรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่แพร่ระบาดจากประเทศจีน ทำให้คณะรัฐมนตรีเร่งระดมผู้ผลิตในการเพิ่มหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ ในรายการสินค้าที่มีการควบคุมราคาอย่างเข้มงวด

ชาตรี อารีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักตรวจสอบและการปฏิบัติการ กระตุ้นให้ผู้บริโภคที่หากพบผู้จำหน่ายสินค้าเหล่านี้ในราคาที่สูง ให้โทรแจ้งผ่านสายด่วน 1569 และรายงาน หากพบผู้ที่กระทำการดังกล่าว และควรเก็บใบเสร็จรับเงินหรือถ่ายภาพเป็นหลักฐาน โดยผู้ที่กักตุนหรือจำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาที่สูงอาจต้องโทษจำคุก 7 ปีและปรับอีก 140,000 บาท

ขณะที่กรมการค้าภายใน ขอให้ผู้ประกอบการค้ารายใหญ่ 14 ราย จำกัดการจำหน่ายหน้ากากป้องกันหรือหน้ากากอนามัยเป็นจำนวน 10 รายการต่อลูกค้าหนึ่งราย ที่ซื้อสินค้า เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า และเป็นการกระจายสินค้าให้ทั่วถึงกับประชาชนทุกคน นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีกำลังพิจารณาที่จะเพิ่มจำนวนหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือในรายการผลิตภัณฑ์ควบคุมที่ไม่สามารถขายได้สูงกว่าราคาปกติ

จากผลการสำรวจที่พบผู้ค้าบางรายที่ขายหน้ากาก N95 ในราคาสูงถึง 129 บาท เป็นราคาที่สูงกว่าราคาทั่วไปถึงสามถึงสี่เท่า จากปกติที่ราคา 25 ถึง 40 บาทต่อคน ผู้ค้ากล่าวว่าได้รับผลิตภัณฑ์จากองค์การเภสัชกรรม ตัวแทนขายของหน้ากากอนามัยนั้นบริษัทไม่ได้ที่จะทำกำไรในช่วงวิกฤตที่ยืดเยื้อซึ่งประชาชนสามารถซื้อผลิตภัณฑ์จากตัวแทนโดยตรง ในขณะเดียวกันกรมการค้าภายในกล่าวว่า จะส่งเจ้าหน้าที่จับกุมผู้จำหน่ายที่พบว่ามีการกักตุนหน้ากาอนามัยหรือขายในราคาสูง